ค้นหา google.com, pub-3134526468117619, DIRECT, f08c47fec0942fa0

บทความที่ได้รับความนิยม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารแปลก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารแปลก แสดงบทความทั้งหมด

พบหมู่บ้านพิลึก ชาวบ้านมีพฤติกรรมชอบทานเนื้อเน่าทั้งหมู่บ้านได้กินเหมือนไม่ได้ขึ้นสวรรค์


พบหมู่บ้านพิลึก ที่อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ชาวบ้านมีพฤติกรรมสุดประหลาดชอบทานเนื้อเน่าทั้งหมู่บ้าน เผยเป็นอาหารโอชะขึ้นชื่อ ใครไม่ได้กินเหมือนไม่ได้ขึ้นสวรรค์

ผู้สื่อข่าวได้ทราบว่าที่หมู่บ้านช่างเคิ่ง หมู่ที่ 4  ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ นั้นกลุ่มชาวบ้านภายในหมู่บ้านชอบทานเนื้อเน่า และเป็นอาหารขึ้นชื่อของหมู่บ้าน เมื่อมีงานเทศกาล งานบุญ งานบวช งานศพ ก็จะนำเนื้อเน่ามาทำอาหารกินกัน เมื่อทราบดังนั้นผู้สื่อข่าวจึงได้ตรวจสอบเรื่องข้อ
เท็จจริงดังกล่าว
            
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังหมู่บ้านดังกล่าว ก็ได้พบกับนายอินทอง เจริญเดช อายุ 68 ปี ซึ่งเป็นแพทย ต.ช่างเคิ่ง และเป็นประธานชมรมผู้สูงอายุหมู่บ้าน จากการสอบถามนายอินทอง เจริญเดช ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เรื่องที่ชาวบ้านในหมู่บ้านมีการทานเนื้อเน่า หรือที่เรียกภาษาชาวบ้านว่า "จิ๊นเน่า" ที่ส่งกลิ่นเหม็นหรือจนถึงขั้นมีหนอนไต่บนเนื้อมารับประทานกันนั้นเป็นเรื่องจริง ซึ่งการกินเนื้อเน่านั้นถือเป็นประเพณีที่ทำสืบทอดกันมายาวนาน โดยเมื่อสมัยก่อนนั้นผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านได้นำวัวควายไปเลี้ยงในป่า จากนั้นก็พบว่าวัวควายที่นำไปเลี้ยงเกิดตายขึ้นมา

จึงได้ทิ้งซากไว้ เมื่อกลับไปดูก็พบว่ากลุ่มนกแร้งมาจิกกินหมด เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนั้นบ่อยครั้งทางผู้เฒ่าผู้แก่ จึงคิดว่าเมื่อนกแร้งกินได้ คนก็ต้องกินได้ 

เมื่อวัวควายตาย และเห็นว่าเนื้อเน่าแล้วจึงได้ถลกหนัง เอาหัวและหนังกองทิ้งไว้ ส่วนเนื้อที่เน่านั้นก็ได้ใช้มีดผ่าเอาหนอนที่ไต่ตอมออก และนำเนื้อ

กลับมาเพื่อนำมาปรุงอาหาร พอกินเข้าไป ก็รู้สึกว่ามันอร่อยด้วยความติดใจในรสชาติอาหารจากเนื้อเน่า จึงกลายเป็นการแสวงหาวิธีการทำเนื้อเน่าและกินกันเรื่อยมา
            
ปัจจุบันนี้ภายในหมู่บ้านเมื่อมีกิจกรรมงานประเพณี งานบุญ งานมงคล หรืองานศพ มีกำหนดงานขึ้นหลายวัน เริ่มงานวันแรกก็มีเลี้ยงข้าวปลาอาหารเป็นปกติ จากนั้นทางเจ้าภาพงานก็จะแบ่งจัดหาเนื้อวัวเนื้อควายส่วนหนึ่งของงานตามความเหมาะสมที่จะเลี้ยงแขกในวันงานวันสุดท้ายคือ เนื้อเน่า โดยการหมักเนื้อเอาไว้ฝังผูกแขวนไว้ให้เน่า แล้วนำมาทำอาหารเลี้ยงผู้คนในงานปิดท้ายงานนั้นๆ ในปัจจุบันชาวบ้านก็ยังรับประทานอาหารที่ทำจากเนื้อเน่ามาตราบจนทุกวันนี้
            
นายอินทอง เล่าต่อไปว่า ปัจจุบันวัวควายที่ล้มตายในป่าหรือเนื้อเน่านั้นหายาก ทางกลุ่มชาวบ้านจึงได้คิดค้นการทำเนื้อเน่าขึ้นมา โดยได้หันไปซื้อเนื้อวัว เนื้อควายสด ตามตลาดมา เมื่อได้มาแล้วก็ไม่ได้ทำความสะอาดอะไรเลย เพราะจะทำให้เสียรสชาด 

จากนั้นก็ก่อไฟแรงพอประมาณ นำเนื้อสดทั้งหมดที่ได้มาย่างไฟได้แล้ว ก็จะนำเนื้อไปใส่ไว้ในถุงพลาสติกใส ประมาณ 2 - 3 ชั้น แล้วก็ใส่ไว้ในกระสอบปุ๋ยสีขาวอีกชั้นหนึ่ง รัดปากถุงให้แน่น 

ซึ่งวิธีการทำก็จะนำไปฝังดินก็จะขุดหลุมลึกๆ แล้วก็กลบให้มิดชิด หากนำไปห้อยไว้กับต้นไม้ก็จะแขวนไว้สูงๆ ที่มีแสงแดดส่องอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เนื้อนั้นเกิดการหมักตัวและเน่าเร็วขึ้น อีกอย่างก็เพื่อกันไม่ให้สุนัขหรือสัตว์ต่าง ๆ มาขุดคุ้ยได้ 

พอเวลาผ่านไป 4 - 7 วัน ก็จะทำการขุดเอาเนื้อที่ฝังไว้ขึ้นมา หรือนำเนื้อที่ห้อยอยู่ลงมาจากต้นไม้ พอนำลงมาก็จะมีกลิ่นเหม็นเน่า คล้ายกับสัตว์ตายตลบอบอวลไปทั่ว พอแกะถุงที่ห่อออกมาก็
จะพบว่ามีน้ำจากการเน่าของเนื้อนั้นอยู่ภายในถุงจำนวนมาก ถ้าเห็นว่าเป็นเช่นนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องดีและเนื้อก็หมักได้ที่แล้ว 

จากนั้นก็จะนำเนื้อดังกล่าวไปปรุงอาหาร โดยการแกะถุงออกมาแล้วนำไปล้างน้ำเปล่า 1 ครั้ง จากนั้นก็จะนำเนื้อเน่ามานึ่งให้สุกนึ่งประมาณ 1 ชั่วโมง โดยนำผักชี ต้นตะไคร้ ใบมะกรูด ยอดสัมป่อย วางทับลงในหม้อนึ่ง เมื่อเปิดดูจะเห็นเนื้อสภาพสีคล้ำ โชยกลิ่นเหม็นโชยตลบอบอวล 

แต่ชาวบ้านจะได้กลิ่นเป็นหอมชื่นใจ เมื่อได้กลิ่นยั่วน้ำลายทำให้อยากกินเนื้อเน่าใจจะขาดไอจากเนื้อเน่านึ่ง จะทำให้น้ำลายหกหิวข้าวอย่างฉับพลันทันที 

ส่วนแม่ครัวก็จัดเตรียมตำน้ำพริกข่า น้ำพริกขี้หนูเผ็ด ใช้เนื้อเน่าที่นึ่งสุกจิ้มทานกับข้าวเหนียวอร่อยมาก ซึ่งในช่วงที่ทำนั้นคนทำต้องทำไปปิดจมูกไป แต่พอทำเสร็จทุกคนต่างดีใจที่ได้กินอาหารอร่อยที่รอคอยมานาน
            
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่นำเนื้อเน่ามาปรุงอาหารเสร็จแล้วเนื้อเน่าดังกล่าวก็ถูกนำเสริฟขึ้นโต๊ะอาหารชาวบ้านนั่งล้อมวงกันสลับกันหั่นเป็นชิ้นๆ ใส่จานแบ่งกันทานเป็นกลุ่มใหญ่คนในหมู่บ้านหลายรุ่นอายุส่วนมากผู้สูงอายุนิยมทานกันมากถือได้ว่า เนื้อเน่า หรือจิ๊นเน่า เป็นอาหารรสเยี่ยมที่เลิศรส หาทานได้ยาก 

โดยชาวบ้านที่ล้อมวงกันทานเนื้อเน่าปรุงสุกได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ปกติเนื้อที่ทานมันต้องเน่ากว่านี้ ถึงจะได้รสชาดอร่อยถึงใจ เนื้อที่ทานอยู่หมักฝังไว้แค่ 4 วัน เท่านั้นจะให้เหมาะพอดีต้อง 7 
หรือ 10 วัน จะได้เนื้อนุ่มเปื่อยนุ่มดี ช่วงที่ชาวบ้านร่วมกันรับประทานนั้นทุกคนที่รับประทานมีสีหน้าที่เรียบเฉย โดยในจานใส่เนื้อเน่าที่ปรุงแล้ว 

ปรากฏว่ามีแมลงวันจำนวนมากมาตอมอาหารด้วย แต่ชาวบ้านก็ไม่ได้สนใจ ยังคงกินอาหารกันไปเรื่อยๆ โดยบอกว่าแมลงวันนั้นเป็นสิ่งประกอบเรื่องของสีสัน 

โดยชาวบ้านไม่เชื่อว่าแมลงวันจะเป็นพาหนะนำเชื้อโรคมาสู่ร่างกาย แต่คิดว่าเหมือนกับเป็นเพื่อนร่วมวงที่มาร่วมรับประทานอาหาร ซึ่งทุกคนไม่มีใครรังเกียจหรือสนใจกลิ่นที่โชยออกมาเลย แถมยังยกนิ้วให้ว่าเป็นสุดยอดของอาหาร หรือเป็นอาหารที่เลิศหรูที่สุดในหมู่บ้านและมีแห่งเดียวในโลกด้วย หากใครไม่ได้กินเนื้อเน่าในหมู่บ้านแห่งนี้ก็เหมือนกับมาไม่ถึงและไม่ได้ขึ้นสวรรค์

ไข่ต้มด้วยฉี่เด็ก เมนูพิสดารที่สืบทอดกันมานานของประเทศจีน

พบกับ ‘ไข่ต้มด้วยฉี่เด็ก’ เมนูพิสดารที่สืบทอดกันมานานของประเทศจีน
จีนเป็นประเทศหนึ่งที่มีเมนูแปลกพิสดารอยู่มากมายเต็มไปหมด และในครั้งนี้เราก็ขอพาเพื่อนๆ มาพบกับเมนู ‘ไข่ต้มด้วยฉี่เด็ก’ โดย Lu Ming พ่อครัวจีนผู้รังสรรค์เมนูไข่สูตรพิสดารนี้ได้กล่าวว่า เขานำไข่ไปต้มในฉี่ของเด็กผู้ชาย ซึ่งจะทำให้มีรสชาติออกเปรี้ยวๆ และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง
แน่นอนว่าหลายคนคงจะมองว่านี่เป็นเมนูพิศดารที่ไม่น่าทานแม้แต่นิดเดียว แต่หารู้ไม่ว่านี่เป็นเมนูชั้นเลิศสำหรับชาวบ้านในเมือง Dongyang ทางตะวันออกของประเทศจีน แถมยังมีการเชิญชวนให้ผู้คนทั่วโลกมาร่วมลิ้มลองเมนูนี้ด้วย
ความจริงแล้วมันไม่ใช่เมนูใหม่ของจีน แต่การต้มไข่ในปัสสาวะของเด็กผู้ชายนั้นได้ทำสืบทอดกันมานานกว่าพันปีแล้ว เนื่องจากไข่มีความสำคัญกับวัฒนธรรมของจีน โดยในปี 2008 เมือง Dongyang ได้ประกาศให้ไข่ต้มด้วยปัสสาวะเด็กนี้ เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของเมืองด้วย

พ่อครัว Lu Ming บอกว่าปัสสาวะของเด็กผู้ชายถูกรวบรวมมาจากโรงเรียนในท้องถิ่น โดยให้เด็กๆ ปัสสาวะในถังน้ำ จากนั้นพวกเขาก็จะมาเก็บปัสสาวะแบบวันต่อวัน เพื่อให้ปัสสาวะที่จะนำมาใช้ต้มไข่มีความสดใหม่ทุกวัน และเมื่อได้ปัสสาวะมาแล้ว พวกเขาก็จะต้มพร้อมเปลือกก่อน แล้วค่อยแกะเปลือกและต้มต่อไปแบบข้ามวันข้ามคืน จนกระทั่งไข่อยู่ในสภาพที่พร้อมรับประทานได้
สำหรับผู้ที่ได้ลิ้มลองเมนูไข่สุดแปลกนี้แล้ว ก็บอกว่ามันมีรสชาติอร่อยและมีประโยชน์ต่อร่างกายด้วย โดย Lu Ming กล่าวว่า ‘ตั้งแต่กินไข่ตัวนี้ก็แทบจะไม่เคยเป็นไข้อีกเลย และมันยังช่วยให้คุณมีสมาธิดีด้วย’ และเขายังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ‘เรากำลังผลักดันให้เมนูนี้เป็นสินค้าส่งออกของจีน เพราะเราอยากให้ต่างชาติได้ลิ้มรสเมนูอันโอชะของเรา จะได้รู้ว่ามันอร่อยและดีจริงๆ’
ในเรื่องของเมนูที่มีทั้งความแปลก ความพิสดาร และเหนือความคาดหมายนั้นต้องยกให้พี่จีนเขาจริงๆ งานนี้ถ้าใครอยากลองลิ้มชิมรสชาติของเมนูนี้ดูล่ะก็ ถ้ามีโอกาสได้ไปจีนก็ลองไปหาทานกันที่เมือง Dongyang ดูแล้วกันเนาะ ส่วนใครที่ชอบอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับเมนูแปลกๆ ก็คลิกเข้าไปชมที่ ไอศกรีมรสน้ำปลา เมนูแปลกจากสองสิ่งที่แตกต่างกันสุดขั้ว และ Skittles Sweet Heat ลูกอมรสหวานปนเผ็ด เอาใจคนชอบความจัดจ้าน ได้นะ

Translate

รายการบล็อกของฉัน