ค้นหา google.com, pub-3134526468117619, DIRECT, f08c47fec0942fa0

บทความที่ได้รับความนิยม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขนมเข่ง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขนมเข่ง แสดงบทความทั้งหมด

ตำนานที่มาของ ขนมเข่ง


ว่าด้วยตำนานที่มาของ "ขนมเข่ง" หรือ "เหนียนเกา"

ตามตำนานปรัมปราของคนจีน ในอดีตกาลมีสัตว์ประหลาดตัวหนึ่งชื่อ "เหนียน" ซึ่ง อาศัยอยู่ในถ้ำบนเขาลึกเข้าไปในป่า มีนิสัยดุร้ายมักจะจับสัตว์ปากินเป็นอาหาร
เมื่อถึงฤดูหนาว เหนียนไม่มีอาหารกินเพราะสัตว์ต่างจำศีลกันหมด มันจึงลงจากภูเขามาล่ามนุษย์เป็นอาหาร ทำให้ชาวบ้านหวาดกลัวมาก

จนกระทั่งมาวันหนึ่ง เหนียนลงมาล่ามนุษย์ในหมู่บ้านเหมือนเช่นเคย แต่ชาว บ้านพากันหลบเงียบในบ้านของตนเอง มันจึงเดินสำรวจไปรอบหมู่บ้าน แล้วพบว่า ที่หน้าบ้านหลังหนึ่งมีขนมที่มีกลิ่นหอมเย้ายวนใจ มันจึงลงมือ กินขนมนั้นอย่างเอร็ดอร่อย แล้วก็เดินกลับขึ้นเขาไปโดยไม่ได้ทำร้ายใคร ทำให้ชาวบ้านต่างมีความสุขและดีใจมาก

หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา ชาวบ้านจึงทำขนม "เหนียนเกา" (หรือ "ขนมเข่ง" ในภาษาไทย) แล้ววางไว้หน้าบ้านเพื่อให้เหนียนลงจากเขามากินเปนประจำทุกปี ซึ่งคำว่า "เหนียน" มาจากชื่อของสัตว์ประหลาดตามตำนานตัวนั้น และ "เกา" มาจากชื่อของคนทำขนมที่ นำไปวางไว้ที่หน้าบ้านเพื่อให้มันกินเป็นคนแรก

วิธีทำขนมเข่งและประวัติที่มา


พอถึงวันตรุษจีน หรือที่คนไทยเชื้อสายจีนในภูเก็ตเรียกว่า “เดือนสาม” ทีไร นอกจากจะนึกถึง วันจ่าย วันไหว้ วันเที่ยว และอั่งเปาจากญาติผู้ใหญ่ แล้ว ยังมีอีกหนึ่งอย่างที่ฉันนึกถึงอยู่เสมอมา
 นั่นคือ “ขนมเข่ง” นั่นเอง

ขนมชื่อน่ารักเหมือนกับภาชนะนี้ เดิมทีชาวจีนมักจะทำใส่ในเข่งไม้ไผ่ใบเล็กๆ ต่อมาเมื่อเข่งไม้ไผ่หายากขึ้น จึงเปลี่ยนมาใช้กระป๋องนมข้นหวานแทน แต่ผู้คนทั่วไปก็ยังเรียกว่าขนมเข่งอยู่ดี โดยสาเหตุที่ชาวจีนใช้ขนมเข่งเป็นขนมสำหรับไหว้ในประเพณีตรุษจีนนั้น มีเกร็ดเล่าต่อกันมาว่า ก่อนถึงวันตรุษจีนประมาณ 4 วัน บรรดาเทพเจ้าจีนที่คอยปกปักรักษาและคุ้มครองผู้คนในโลกมนุษย์อยู่ตลอดนั้น จะพากันขึ้นไปบนสวรรค์เพื่อรายงานความดีความชั่วของมนุษย์ให้กับเง็กเซียนฮ่องเต้ ผู้เป็นเจ้าสวรรค์ทราบ บรรดามนุษย์ที่ทำความชั่วไว้กลัวว่าตนเองจะถูกเจ้าสวรรค์ลงโทษ เลยคิดทำขนมเข่งนี้ขึ้นมา เพื่อนำไปตั้งไหว้บรรดาเทพเจ้าจีน โดยที่ลักษณะของขนมเข่งนั้นจะเหนียวและค่อนข้างแข็ง เมื่อเทพเจ้าจีนกินเข้าไปแล้ว จะทำให้ปากเหนียว พูดไม่ได้ และไม่ได้รายงานเจ้าสวรรค์ในที่สุด

แต่ไม่ว่าที่มาของขนมเข่งนี้จะเป็นอย่างไร เจ้าขนมสีน้ำตาล รสชาติหวานชนิดนี้ก็ยังคงอยู่เคียงข้างประเพณีตรุษจีนเสมอมา ซึ่งไม่เฉพาะที่ภูเก็ตบ้านเราเท่านั้น ที่ภาคอื่นๆ ที่มีชาวไทยเชื้อสายจีนอยู่ เขาก็ทำขนมเข่งสำหรับไหว้เหมือนกัน เพียงแต่ที่อื่นๆ เขาจะทำแบบใส่ไส้ เป็นไส้หวาน ไส้เค็ม แต่ขนมเข่งภูเก็ตจะไม่มีไส้ เพราะทำมาจากแป้งข้าวเหนียว และน้ำตาลอย่างเดียว
ตอนเด็กๆ นอกจากจะได้กินขนมเข่งร้อนๆ สดจากเตา โดยฝีมืออาม่าแล้ว ฉันและบรรดาพี่น้องยังได้กินขนมเข่งชุปไข่ทอด ขนมเข่งชุบแป้งทอด ซึ่งเป็นเมนูประยุกต์จากขนมเข่งอีกอย่างหนึ่ง แม้ขนมจะแข็งไปสักนิด แต่งานนี้ก็ไม่ได้กินไป บ่นไป เพราะเด็กๆ ต่างรู้ดีว่า อีกไม่นานก็จะได้อังเป่าซองแดงๆ เป็นของขวัญรับวันปีใหม่จีนแล้ว…

หมายเหตุ : สมัยก่อนคนไทยเชื้อสายจีนในภูเก็ตจะนิยมทำขนมเข่งเอง แต่ปัจจุบันหลายบ้านนิยมซื้อ เพราะสะดวกกว่า เช่นที่ ตลาดสด ถนนระนอง ตลาดสดเทศบาล (ตลาดเกษตร) โดยคนทำขนมเข่งจะทำมาขายประมาณ 15-20 วัน ก่อนถึงวันตรุษจีน

ขนมเข่ง ขนมหวานที่ใช้ในการเซ่นไหว้ในวันตรุษจีนที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดี แต่อาจยังไม่ทราบถึงความหมายมงคล ที่เป็นเหมือนคำอวยพรให้แก่ลูกหลาน วันนี้ OpeRice.com จะพาเพื่อนๆ มาหาคำตอบถึงความหมายมงคลนี้กัน ความหวานชุ่มนุ่มลิ้นของเนื้อขนมเข่ง มีความหมายมงคล หมายถึงความหวานชื่นราบรื่นในชีวิต ขนมเข่งที่ใส่ในชะลอม (เข่ง) จึงหมายถึง การมีชีวิตที่หวานชื่นราบรื่นอันสมบูรณ์นั่นเอง ทราบถึงความความหมายมงคลกันแล้ว มาดูสูตรและวิธีทำขนมเข่งกันเลย
ประเภทอาหาร: อาหารหวาน
ส่วนประกอบหลัก: มะพร้าว | แป้ง
วิธีปรุง: นึ่ง
ความยากง่าย: ง่าย 
ระยะเวลา: 1 ชั่วโมง 
วัตถุดิบ:
1. แป้งข้าวเหนียว 500 กรัม
2. แป้งท้าวยายม่อม 2 ช้อนโต๊ะ
3. น้ำเปล่า 2 ½ ถ้วยตวง
4. น้ำตาลทราย 3 ½ ถ้วยตวง
5. น้ำมันพืชเล็กน้อย สำหรับทากระทงใบตอง (เข่ง)
6. *มะพร้าวทึนทึกขูด ตามชอบ (สามารถเปลี่ยนเป็น เผือก ลำไย หรือเนื้อผลไม้ชนิดอื่นๆหรือจะไม่ใส่ก็ได้)*

ขั้นตอนการทำ
1. แป้งข้าวเหนียว น้ำตาลทรายนวดผสมเข้าด้วยกัน จะได้ลักษณะเป็นเม็ดทราย ค่อยๆใส่น้ำเปล่าลงไปทีละนิดจนหมด นวดผสมจนแป้งเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน (ถ้าใส่มะพร้าว หรือเนื้อผลไม้ชนิดอื่นๆ ก็ใส่ลงไปแล้วนวกผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน)
2. กระทงใบตองแห้ง (เข่ง) ทาด้วยน้ำมันพืชบางๆ จากนั้นตักแป้งที่ผสมไว้ใส่ลงไปเกือยเต็มกระทง
3. นำไปนึ่งจนสุกใช้เวลาประมาณ 30 นาที ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของกระทงที่นำมาใส่ขนมด้วย
เคล็ดลับ:   ไฟที่ใช้ในการนึงขนมนั้นควรใช้ไฟปานกลาง เพื่อหน้าขนมจะได้เรียบสวย น่ากิน

Translate

รายการบล็อกของฉัน